saga-ming.online

เกม ป๊อกเด้ง เกมไพ่ออนไลน์

| 0 comments

ป๊อกเด้ง

ป๊อกเด้ง หรือ ไพ่ป๊อก เป็นเกมไพ่ยอดนิยมในประเทศไทย เป็นเกมไพ่ที่มีวิธีการเดิมพันที่เข้าใจง่ายที่สุด ด้วยแนวคิดการใช้ทักษะทางคณิตศาสตร์แบบพื้นฐาน เพียงแค่ดูวิธีการเล่นป๊อกเด้ง 1-2 ครั้ง ผู้เล่นก็สามารถที่จะเข้าใจวิธีการเล่น การเดิมพันทั้งหมดได้เป็นอย่างดี SA GAMING

ประวัติความเป็นมาของไพ่ ป๊อกเด้ง

เรื่องราวเกี่ยวกับ ไพ่ป๊อกเด้งไม่มีแหล่งที่มาที่ชัดเจนนัก แต่ข้อมูลส่วนใหญ่ระบุว่า เป็นเกมพนันที่นิยมอย่างมากในแถบเอเชีย รวมไปถึงวิธีการเรียกลักษณะพิเศษของผลไพ่ในแต่ละรูปแบบที่ค่อนข้างตรงตัว เช่น ป๊อกแปด ป๊อกเก้า สองเด้ง เป็นต้น JOKER GAMING

คำเหล่านี้ถือว่าเป็นคำในภาษาไทยที่ทุกคนเข้าใจกันเป็นอย่างดี เพราะหลายๆแหล่งอ้างอิงมักจะเขียนทับศัพท์โดยมีศัพท์พื้นฐานภาษาไทยเป็นต้นแบบ เช่น ป๊อกเก้า (Pok Goa) ป๊อกแปด (Pok Pad) สองเด้ง (Song Deng)

ดังนั้นเราจึงอาจสรุปที่มาที่ไปของไพ่ป๊อกเด้งว่า แท้จริงแล้วต้นกำเนิดของมันอาจจะเริ่มต้นในประเทศไทยด้วยซ้ำ ทั้งนี้ก็ยังมีเกมไพ่ เก้าแต้ม ที่เล่นกันในต่างประเทศ หรือเกมไพ่แบล็คแจ็ค 21 แต้ม รวมไปถึง เกมไพ่บาคาร่า ที่อาจจะมีวิธีการเล่นสอดคล้องหรือคล้ายคลึงกันกับป๊อกเด้ง ดังนั้นทำให้แหล่งกำเนิดของป๊อกเด้ง มีความเป็นไปได้ในหลายแง่มุม

ค่าของหน้าไพ่ ในเกมป๊อกเด้ง

ค่าของ หน้าไพ่ป๊อกเด้ง จะยึดตามแต้มที่ปรากฏในหน้าไพ่นั้นๆ ดังนั้นผลของไพ่ในลักษณะนี้จึงค่อนข้างที่จะเข้าใจง่าย ดังต่อไปนี้

  • 10 , J , Q , K มีค่าเท่ากับ 0
  • A มีค่าเท่ากับ 1
  • 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9 มีค่าเท่ากับ แต้มที่ปรากฏบนหน้าไพ่

นอกจากนี้เรายังต้องเข้าใจวิธีการเรียงลำดับ ขนาดของไพ่ ซึ่งจะเป็นวิธีการวัดผลเมื่อแต้มรวมเท่ากัน

วิธีวัดผลแพ้ชนะป๊อกเด้ง

วิธีการวัดผลแพ้ชนะจะใช้รูปแบบของการเรียงไพ่จากใหญ่ไปหาเล็กดังต่อไปนี้

1.กรณี วัดผลที่แต้ม
ป๊อก 9 (2 เด้ง) > ป๊อก 9 > ป๊อก 8 (2 เด้ง) > ป๊อก 8

2.กรณีที่แต้ม ของไพ่ เท่ากัน จะเรียงลำดับขนาดดังนี้
ตอง > สเตทฟลัท > เรียง > เหลือง > แต้ม

3.กรณี ตอง จะต้องวัดผลไพ่ เรียงลำดับ ตามแต้มดังนี้
K > Q > J > 10 > 6 > 5 > A

4.กรณีไพ่เรียงหรือสเตท จะใช้วิธีการวัดผลด้วยดอกดังนี้
โพธิ์ดำ > โพธิ์แดง > ข้าวหลามตัด > ดอกจิก

กติกาการเล่นไพ่ ป๊อกเด้ง

กติกาป๊อกเด้ง 2 ใบนั้น ผู้เล่นทุกคนจะต้องทำให้แต้มในมือของตัวเองมีผลรวมเท่ากับ 9 หรือใกล้เคียง 9 ให้มากที่สุด ดังนั้นถ้าให้ 2 ใบแรกให้แต้มที่มากกว่าหรือเท่ากับ 6 ถือว่าอยู่ อาจไม่จำเป็นต้องขอไพ่เพิ่ม SAGAMING

นอกจากนี้ ผู้เล่นจะลุ้นไพ่ตอง (ตอง 3) สเตท, เรียง, เหลือง ซึ่งขึ้นอยู่กับหน้าไพ่ 2 ใบแรกในมือ ที่จะเป็นตัวแปรให้ตัดสินใจในการขอไพ่ใบที่ 3 หรือไม่ เพราะถ้าหน้าไพ่เป็นไปแบบที่กล่าวข้างต้น จะส่งผลให้ได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น 3 ถึง 5 เท่า

คำศัพท์ ป๊อกเด้ง

ป๊อก 9 , 8 รูปแบบการชนะด้วยไพ่ 2 ใบที่ได้ 9 หรือ 8 แต้มซึ่ งการชนะจะชนะที่ 9 แต้ม แต่ในกรณีมีการได้เด้งหรือดอกเหมือนกัน การชนะที่เก้าสองเด้งจะถือเป็นรูปแบบการชนะที่สูงที่สุด

2 เด้ง ผลการเดิมพันที่ทำให้เรา ได้หรือเสีย ตามมูลค่าเงินเดิมพันเป็นจำนวน 2 เท่า

สเตทฟลัท การได้ไพ่ที่เป็นดอกเดียวกันและมีการเรียงเลข เช่น 7 8 9 , 1 2 3 โดยไม่นับผลแต้มบวกของไพ่

สเตท / เรียง ผลรวมเลขของไพ่ แต่ไม่จำเป็นต้องมีดอกไพ่ ที่เป็นดอกเดียวกัน

ตอง ผลของไพ่ที่เป็นหมายเลขเดียวกัน 3 หมายเลข เช่น K K K , 1 1 1

เหลือง (สามเหลือง) ผลของไพ่ที่ประกอบไปด้วย J หรือ Q หรือ K โดยสามารถสลับกันได้เช่น J J K , Q Q J

บอด ผลของไพ่ที่เท่ากับ 0 แต้ม ซึ่งจะไม่นับรวมการมีผลของสามเหลือง เช่น การออกผลไพ่เป็น 10 J K

ป๊อกเด้งออนไลน์ ทางเลือกใหม่สำหรับผู้อยากมีรายได้เสริมแบบไม่เหนื่อย

อย่างที่รู้กันดีว่า เศรษฐกิจตอนนี้ค่อนข้างย่ำแย่มาก แม้แต่พ่อค้าแม่ค้าก็ยังขายของไม่ได้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนจะพยายามหาอาชีพเสริมมากยิ่งขึ้น นอกเหนือไปจากการทำงานประจำ หรืออาชีพหลักที่มีอยู่แล้ว และหนึ่งในอาชีพที่คนกำลังให้ความสนใจมาก คือการเดิมพันออนไลน์ ที่ใช้เวลาเพียงไม่นาน ก็มีโอกาสที่จะได้เงินเล็กๆ น้อยๆ ติดมือกลับมาแล้ว และเกมส์พนันที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในช่วงนี้ ก็คือป๊อกเด้งออนไลน์ (pokdeng) เพราะใช้เวลาไม่นาน ไม่ต้องมีกติกามาก แค่ไม่กี่วินาทีก็รู้ผลแพ้ชนะเลย

ป๊อกเด้ง เล่นยังไง? คำถามที่มือใหม่สงสัยมากที่สุด

ป๊อกเด้ง เป็นหนึ่งในเกมการพนันของไทยที่ทุกคนย่อมรู้จักกันดี ไม่ว่าจะถามใครก็ตามว่าเกมนี้เล่นยังไง รับรองได้เลยว่าต้องมีคนตอบได้อย่างน้อย 8 ใน 10 คนแน่นอน วิธีเล่นป๊อกเด้ง คือ เจ้ามือจะแจกไพ่ให้กับผู้เล่น (ผู้เล่น 1 คนจะขอกี่กองก็ได้ แล้วแต่จะกำหนด) จนครบรอบวง คนละ 2 ใบ โดยแจกเจ้ามือเป็นคนสุดท้าย เมื่อได้ครบทั้ง 2 ใบแล้ว ผู้เล่นจะต้องดูไพ่ของตัวเองว่าได้แต้มเท่าไร โดยเอาแต้มมาบวกกัน หากได้แต้ม 8 หรือ 9 จะเรียกว่า ป๊อก ในกรณีที่เจ้ามือไม่ได้ป๊อกด้วย จะถือว่าได้กินทันที เจ้ามือก็จะจ่ายให้ทันทีเช่นกัน แต่ถ้าหากว่าเจ้ามือก็ป๊อกเหมือนกัน เช่น 8 แต้มเท่ากัน หรือ 9 แต้มเท่ากัน จะถือว่าไพ่เสมอ ไม่ได้และไม่เสียอะไร รอเล่นรอบใหม่ได้เลย

ส่วนผู้เล่นที่ไม่ได้แต้ม 8 หรือแต้ม 9 จะมีโอกาสขอใบที่ 3 เพื่อเพิ่มแต้มให้กับตัวเอง ส่วนมากคนที่ต้องขอใบที่ 3 จะมีแต้มอยู่ที่ 0-5 ส่วนผู้ที่ได้แต้ม 6 หรือ 7 มักจะขอหยุดไว้ตรงนั้นแล้วมาลุ้นของเจ้ามือแทน อย่างไรก็ตาม กติกาการเล่นไพ่ชนิดนี้ยังมีเพิ่มเติมอีกหลายอย่าง คือ

  • หากได้แต้มเท่ากัน เช่น 2-2 3-3 4-4 หรือได้ดอกเดียวกันทั้ง 2 ใบ เช่น ดอกจิก-ดอกจิก จะเรียกว่าเด้ง เท่ากับเจ้ามือจะต้องจ่าย 2 เท่า (เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องประหลาด ถ้าหากพบเห็นคนถือ 4 เด้ง หรือ 5 เด้งไว้ 2 ใบแล้วไม่ยอมขอใบที่ 3)
  • ในกรณีที่เปิด 3 ใบ แล้วได้ดอกเดียวกันทั้ง 3 ใบ หรือได้ตัวฝรั่ง 3 ตัว จะเท่ากับ 3 เด้ง หรือเท่ากับเจ้ามือต้องจ่าย 3 เท่า
  • หากออกตอง 3 ใบ ก็จะจ่ายที่ 5 เท่า หรือขึ้นอยู่กับการตกลงกัน
  • หากผู้เล่นขอใบที่ 3 เจ้ามือที่ถือแค่ 2 มีโอกาสขอเปิดไพ่เพื่อวัดผลแพ้ชนะได้ทันที และเจ้ามือมีสิทธิ์เรียกใบที่ 3 เพื่อสู้กับคนที่ถือ 2 ใบได้อีกด้วย

ถึงกติกาจะดูงงๆ สักหน่อย แต่ถ้าได้ลองเล่นเองสัก 2-3 รอบ ก็จะเข้าใจไปเองแบบไม่ต้องอธิบายมาก ปกติแล้วในวงชาวบ้าน ก็มักจะวางขั้นต่ำกันอยู่ที่กองละ 5 บาทขึ้นไป และอาจวางได้สูงสุดถึงกองละ 100-500 บาท ขึ้นอยู่กับความใจถึงล้วนๆ และด้วยเวลาจบเกมในแต่ละรอบที่ค่อนข้างเร็ว หากมีกองน้อย ก็ยิ่งจบเร็วมาก เฉลี่ยแล้วรอบนึงไม่นานเกิน 2-3 นาที การเล่นเกมนี้เพียง 1 ชั่วโมง ก็อาจทำให้คุณมีเงินติดกระเป๋ามากกว่าค่าจ้างขั้นต่ำรายวันแล้ว

บทความที่น่าสนใจ >> เทคนิคการปั่น สล็อต

ใส่ความเห็น

Required fields are marked *.